คำถาม-คำตอบ |
| |
| |
|
|
| Q |
|
ถ้าอยากให้ฟันหน้าดูสวยงาม แต่ไม่ต้องการจัดฟัน? |
| A |
|
| |
|
|
มีหลายวิธีในการทำให้ฟันหน้าดูสวยงามมากขึ้น เช่น การอุดปิดช่องว่างระหว่างฟัน การตบแต่งรูปร่างฟัน การทำครอบฟัน |
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
ควรพาเด็กตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ไปพบทันตแพทย์? |
|
| A |
|
| |
|
|
ถ้าบุตรหลานของท่านมีปัญหาเกี่ยวกับช่องปาก และฟัน ควรพามาพบทันตแพทย์ เราแนะนำให้พาบุตรหลานมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อทำการให้ทันตกรรมป้องกัน |
|
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
มีวิธีชำระค่าบริการอย่างไรบ้าง? |
|
| A |
|
| |
|
|
เรารับชำระค่าบริการต่างๆ ด้วยเงินสด และบัตรเครคิต VISA (เฉพาะค่าบริการมากกว่า 500 บาท) |
|
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
การอุดฟันด้วยวัสดุสีโลหะ ปลอดภัยจากสารตะกั่วหรือไม่? |
|
|
| A |
|
| |
|
|
วัสดุอุดฟันสีโลหะได้รับการรับรองจากสมาคมทันตแพทย์สหรัฐอเมริกา ว่าปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยจากสารตะกั่ว ไม่มีความเสี่ยงใดๆต่อสุขภาพร่างกาย และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเป็นวัสดุชนิดอื่น |
|
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
ทำไมยังมีอาหารเสียวฟันหลังจากการรักษา? |
|
|
| A |
|
| |
|
|
อาการเสียวฟันที่เกิดขึ้นหลังจากการรักษาเกิดจากในขั้นตอนของการรักษาเช่น การกรอฟัน การล้างด้วยน้ำ และคุณสมบัติระหว่างการแข็งตัวของวัสดุ ทำให้เกิดการกระตุ้นต่อเส้นประสาทที่อยู่ในเนื้อฟัน โดยปกติแล้วขณะที่ทำการรักษาทันตแพทย์อาจจะลดความรู้สึกด้วยการใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่หลังจากที่รักษาไปแล้วอาจจะมีอาการเสียวฟันเกิดขึ้นได้ 1-2 สัปดาห์ |
|
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
ควรทำอย่างไรเมื่อฟันหลุดออกมา? |
|
|
| A |
|
| |
|
|
ถ้าฟันแท้ได้รับอันตรายหลุดออกมา ควรที่จะนำฟันซี่นั้นปักกลับเข้าไปในเบ้าฟัน แล้วมาพบทันตแพทย์ทันที แต่ถ้าไม่สามารถนำฟันปักกลับเข้าสู้เบ้าฟันได้ต้องจับตัวฟันเฉพาะตัวฟันเท่านั้นห้ามจับบริเวณรากฟันอย่างเด็ดขาดเนื่องจากจะทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อยึดฟัน ล้างเอาสิ่งสกปรกออกจากฟันด้วยเปิดน้ำผ่านห้ามเช็ดหรือถูฟัน นำฟันแช่ในน้ำนมจืดที่เย็น แล้วมาพบทันตแพทย์ทันที หลังจากนั้นันตแพทย์จะทำการพิจารณาปักซี่ฟันกลับเข้าสู่เบ้าฟัน ทำการยึดฟัน
แต่ถ้าเป็นซี่ฟันน้ำนมไม่ควรปักซี่ฟันกลับเข้าไปในเบ้าฟัน เพราะอาจจะทำอันตรายต่อซี่ฟันแท้ที่กำลังสร้างอยู่ข้างใต้ได้ |
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
เครื่องมือทางทันตกรรมมีกรรมวิธีทำให้ปราศจากเชื้อโรคอย่างไร? |
|
|
| A |
|
| |
|
|
ทันตแพทย์ใช้เครื่องอบเครื่องมือภายใต้ไอน้ำความร้อนสูงร่วมกับความดันสูง ในการทำให้เครื่องมือทุกชิ้นปราศจากเชื้อโรค และเครื่องมือบางส่วนที่ใช้เป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีการเปลี่ยนทุกๆครั้งที่ให้การบริการกับผู้ป่วยแต่ละคน
คุณภาพการทำงานของเครื่องอบเครื่องมือจะได้รับการทดสอบความสามารถในการฆ่าเชื้อจากหน่วยงานภายนอก เพื่อนำผลที่ได้มาปรับปรุงการทำงานตลอดเวลา |
|
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
นิสัยดูดนิ้วของเด็กมีผลต่อฟันหรือไม่? |
|
| A |
|
| |
|
|
การดูดนิ้วเป็นนิสัยปกติของทารก และเด็กเล็ก แต่ถ้านิสัยนี้ยังไม่หายไปหลังจากอายุ 6-7 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ฟันแท้ขึ้นแล้วอาจจะทำให้เปิดการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ ส่วนจะเกิดขึ้นมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับดูดนิ้วบ่อยแค่ไหน ดูดมานานแค่ไหน ดูดแรงแค่ไหน
การแก้ไขนิสัยการดูดนิ้วควรใช้วิธีการชักจูง และให้รางวัลในการเลิกนิสัยดูดนิ้วมือ ไม่ควรใช้การลงโทษเนื่องจากอาจจะทำให้เด็กมีความกังวลแล้วมีการดูดนิ้วเพิ่มมากขึ้น หรือทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใส่เครื่องมือในปากเพื่อป้องกันและเตือนตัวเด็กขณะที่ใส่ อย่างไรก็ตามผู้ปกครองควรเข้าใจว่านิสัยดูดนิ้วมือเป็นนิสัยปกติของเด็กและอาจจะหายไปเองเมื่อเด็กมีความพร้อม |
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
การรักษารากฟันคืออะไร? เจ็บหรือไม่? ใช้เวลานานแค่ไหนในการรักษา? แล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน? |
|
|
| A |
|
| |
|
|
การรักษาคลองรากฟันเป็นการรักษาที่ใช้เวลาที่โพรงประสาทฟันถูกทำลาย จากการติดเชื้อหรืออุบัติเหตุ ขั้นตอนการรักษาเริ่มตั้งแต่ทำความสะอาดภายในโพรงฟัน แต่งรูปร่างโพรงฟัน อุดโพรงฟันป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และทำการบูรณะซี่ฟันถาวรด้วยการอุดฟันหรือครอบฟัน
ส่วนใหญ่ในขั้นตอนการรักษาอาจจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ในการระงับความรู้สึกขณะรักษา โดยเฉพาะในกรณีที่โพรงประสาทฟันมีการอักเสบอย่างมาก แต่มีโอกาสที่จะเกิดการเจ็บภายหลังจากการรักษาได้ โดยสามารถใช้ยาแก้ปวดช่วยลดอาการปวดได้
การรักษารากฟันใช้เวลาประมาณ 30-90 นาทีในแต่ละครั้ง ถ้าการรักษามีความยุ่งยากอาจจะต้องทำการรักษาหลายครั้ง ส่วนการบูรณะฟันอย่างถาวรจะช่วยให้ฟันซี่นั้นใช้งานได้ตามปกติ
|
|
| |
|
|
|
| |
| |
|
|
| Q |
|
ควรเริ่มทำการรักษาทันตกรรมจัดฟันในเด็กอายุเท่าไหร่? |
|
| A |
|
| |
|
|
ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานมาตรวจฟันตั้งแต่อายุ 2-3 ปี นอกจากจะตรวจดูสุขภาพของช่องปากและสภาพฟันแล้ว ทันตแพทย์ยังสามารถตรวจพบความผิดปกติของการเจริญของกระดูกขากรรไกรซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดการสบคร่อม หรือสบลึกได้ในอนาคต และนิสัยที่ไม่ดีต่างๆ เช่น การดูดนิ้ว การใช้ลิ้นดุนฟัน หรือความผิดปกติจากพันธุกรรม ซึ่งอาจจะมีผลต่อการเจริญเติบโต และลักษณะของกระดูกขากรรไกร การดูแลแก้ไขตั้งแต่ช่วงระยะแรกๆ จะเป็นการป้องกันไม่ให้ความผิดปกติลุกลามมากเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ถ้าความผิดปกติยังคงมีอยู่เมื่อเด็กโตขึ้นทันตแพทย์จัดฟันจะเป็นผู้ดูแลให้การรักษาต่อ
เมื่อฟันแท้เริ่มมีการเจริญ ทันตแพทย์จัดฟันจะสามารถให้การวินิจฉัย วางแผนการรักษาให้แก่เด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาวะของการสบฟันของเด็ก โดยสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งสหรัฐอเมริกาได้แนะนำให้เด็กได้รับการประเมินการจัดฟันในช่วงอายุ 7 ปี |
|
| |
|
|
|